วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2553

What do you think of "hijab"??????

       ใช่ถามคุณนั่นแหละ  คิดยังไง????

       บางคนอาจะคิดว่าถูกริดรอนเสรีภาพ  ถูกจำกัดสิทธิ  ดูเหมือนโดนข่มเหง  ให้อยู่แค่ในกรอบ   ผู้หญิงนะเฟ้ยก็อยากสวย  อยากงามมั่งดิ

       แต่คนที่คิดไม่ใช่มุสลิมใช่มั้ย??  นั่นแหละที่เราจะบอกว่าคุณคิดแทนพวกเธอ

       มุสลิมมะห์เค้าจะภูมิใจมากๆกับการเป็นผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม
กับการปกปิดร่างกาย  คลุมผ้า  คลุมผม 

       แต่คนไทยบางคนอาจะคิดสงสารพวกเธอ  
คิดว่าทำไมพวกเธอต้องคลุมผ้าคลุมตัวอะไรมิดชิดขนาดนั้น

       พวกเราส่วนใหญ่จะเห็นใจพวกเธอ  ว่าพวกเธอ ไม่มีโอกาสแต่งตัวสวยๆออกนอกบ้าน       น่าสงสารจัง

        แต่...แต่...ช้าก่อน  อย่าไปคิดแทนพวกหล่อนทีเดียวเชียว

        เพราะในขณะเดียวกัน  พวกเธอก็คิดว่า  น่าสงสารผู้หญิงเหล่านี้จัง  
ทำไมพวกเธอต้องโชว์เนื้อหนังมังสา
โชว์สิ่งที่ควรปกปิด  ใส่สายเดี่ยวทำไม  ใส่กางเกงขาสั้นออกนอกบ้านทำไม  
ดูสิ..เสื้อผ้าที่รัดรูปพวกนั้น  มันทำให้ผู้ชายที่มองเห็น  คิดจินตนาการไปได้ไกลเลยนะนั่น

       เห็นมะ......เราอยากจะบอกว่า นานาจิตตังอ่ะ....
สังคมใครก็สังคมมัน
วัฒนธรรมใครก็วัฒนธรรมมัน
ศาสนาใครก็ศาสนามัน

       Ahmed  เคยถามเราว่าถ้าเรามีเงินสักล้านดอล  เราจะใส่ไว้ในถุงที่มันโปร่งแสงมะ
เราก็ว่า  ไม่ดิ...เก็บในที่ไม่ให้คนรู้เด่ะ
Ahmed  บอกว่า  เห็นมั้ยเราจะต้องเก็บของที่มีค่าไว้ในที่ลับที่สุดและไม่ให้คนรู้ไม่ให้คนเห็น
แต่นี่เรามีค่ามากกว่าเงินจำนวนนั้น  แล้วเราเป็นสิ่งทีมีค่าที่สุดสำหรับเค้า  
พูดแค่นี้เข้าใจแล้วใช่มะ  เวลาที่เค้าพยายามบอกว่าให้ใส่กางเกงขายาวออกนอกบ้าน
อย่าใส่แขนกุด  แต่งตัวให้มิดชิดมากที่สุด
ซึ้งว่ะ ... ซึ้งจริงๆๆ  เป็นคำสอนที่ประทับใจมากๆ


       หลังจากนั้นไม่นานก็ไปอ่านเจอในเว็บพันทิพ  ห้องโต๊ะแป้ง
ประมาณว่ามีคนมารีวิว  การแต่งตัวแบบมุสลิมผู้หญิง
ได้เป็นกระทู้แนะนำด้วยอ่ะ  สุดยอด  จขกท.นั้นก็น่ารักมากด้วย  ขาวๆ  ตัวเล็กๆ  
ออกหมวยๆด้วยซ้ำ   แต่เป็นมุสลิม


       แล้วมีความเห็นหนึ่งบอกว่าเพื่อนผู้ชายที่ทำงานเคยถามเค้าว่า  ถ้ายูมีเงินพันบาทยูจะเก็บไว้ไหน  แน่นอนเค้าก็ตอบว่า  เก็บให้ลึกแล้วก็มิดชิดที่สุด  ผู้ชายคนนั้นก็ตอบว่า  ก็เหมือนภรรยาเค้าแหละ  เค้าก็ต้องการเก็บไว้ในที่ลับที่สุด

       อืม....เราคิดว่าน่าจะเป็นตัวอย่างที่ศาสนานี้สอนต่อๆกันมานะ 
เพราะยกตัวอย่างเรื่องเดียวกันเลยอ่ะ


อิสลาม...ศาสนาแห่งการให้อภัย

จริงหรอ????
จริงอ่ะ?????

จริง...เอาหน้าตาเป็นประกันเลยเอ๊า
มุสลิมจะให้อภัยซึ่งกันและกัน  โดยเฉพาะ เค้าเรียกว่าไรล่ะ วันอีต อะไรนี่แหละ

วัน Feast ของเค้า น่าจะไม่ผิดนะ  เค้าจะมีเทศกาลสำคัญๆของเค้า  และส่วนใหญ่ก็จะให้อภัยกันในวันเหล่านี้แหละ
แล้วก็จะมีความสุข  Happy ดี๊ด๊ากันมาก  แจกอาหารกัน  ให้อภัยกัน  พบญาติพี่น้อง

วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2553

อะไรบ้างที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับอิสลาม....มาดูกัน

         เมื่อพูดถึงแขก  พูดถึงอิสลาม  อะไรที่เรานึกถึง แบบมุสลิมปุ๊บ   ภาพมาเลย   ลอยมาเลยว่า
คนที่เป็นมุสลิมต้องเป็นอย่างนี้ (ชัวร์ๆ)

          เมื่อก่อนเราเคยคิดนะและคิดว่าคนอื่นที่ไม่เคยได้สัมผัสหรือไม่เคยมีเพื่อนหรือคนรอบข้างเป็นมุสลิมเนี่ยต้องคิดเหมือนเราแน่ๆ

1.   มุสลิมไม่กินหมู

2.   มุสลิมมีเมียได้ 4 คน (โอ้ว!!! แม่เจ้า  ชายหลายท่านอยากเปลี่ยนศาสนาในทันใด)

3.   แขกหรอ??? อี๊!!!!! สกปรก   แขกหรอ???? กลิ่นตัวแรงแน่ๆ

4. มุสลิมหร๊อ??? ผู่ก่อการร้ายชัดๆ  บินลาเดนไง

5.   เจองูกับแขก แหม!!!ก็ตีแขกก่อนสิ ....... เชื่อโบราณก็บานบุรีนะเธออออ 

6.   คลุมผม???  คลุมตัว???  คลุมเพื่อ????

7.   กดขี่ข่มเหงผู้หญิง  สตรีไม่มีสิทธิ์มีเสียง   ผู้ชายเป็นใหญ่????

8.   บลา บลา บลา.......

            *************************************************************** 
1.   ทำไมมุสลิมไม่กินหมู    เหตุผลก็คือ  "พระเจ้าไม่ให้กิน" จบดื้อๆแบบนี้แหละ
             
             อธิบายก่อนว่าศาสนาอิสลาม  เค้าจะไม่มานั่งพิสูจน์กันหรอกนะว่าที่พระเจ้ากล่าวไว้เนี่ยจริง  ไม่จริง   ห้ามถาม  ห้ามเถียง  พระเจ้าบอกคุณก็ต้องเชื่อ  เชื่อโดยปราศจากอคติด้วยนะ  เ้ค้าเรียกว่าไรล่ะ  ประมาณว่า  ศรัทธา   ในเมื่อคุณศรัทธาต่อ  Allah  คุณก็ต้องเชื่อทุกอย่างที่ Allah  บอก  Allah กล่าวไว้  เพราะสิ่งที่  Allah ได้กล่าวไว้เป็นความจริง  Allah  มีความปรารถนาดีต่อ     ทุกคน  ฉะนั้น  จงเชื่อ  Allah โดยปราศจากการโต้แย้งใดๆ    โอเคป่ะ????
             
            ในสมัยก่อนเค้ายังไม่มีการพิสูจน์ในทางวิทยาศาสตร์กัน  แต่ในปัจจุบัน  ก็ได้มีการพิสูจน์กันในทางวิทยาศาตร์แล้วว่า
            
             ในหมูนั้น  จะมีพยาธิบางชนิดที่ความร้อนจาการหุงต้มไม่สามารถฆ่ามันตายได้  ดังนั้นเมื่อเราบริโภคเข้าไปเนี่ย  พยาธิเหล่านั้นก็เข้ามาอยู่ในร่างกายเรา  รอวันฟักตัวและเป็นอันตรายต่อร่างกายเราได้

2.   มุสลิมมีภรรยาได้  4  คน

             ในสมัยก่อนนู่นนนน.......ผู้ชายมีเมียแบบเยอะมาก  บางคนเป็นสิบ  แล้วไม่ให้เกียรติผู้หญิงเลย   เห็นสตรีเป็นที่บำรง  บำเรอ  หาความสุขทางเพศจากสตรีอย่างเดียว  จนเมื่ออิสลามได้เข้ามา  ก็บอกเลยว่าผู้ชายที่เป็นมุสลิมมีภรรยาได้ไม่เกิน  4  คน  ถ้าใครมีมากกว่านั้น  ก็ให้มีได้แค่  4  คน  เลือกเอา  ประมาณนั้น  พร้อมทั้งบอกว่าและถ้าจะมี  4  คนเนี่ยนะ  ต้องให้เกียรติทั้ง  4  คนเลี้ยงดูให้เหมือนกัน  ให้เท่าเทียมกัน  ถ้าให้อะไรแก่ภรรยาคนมี่หนึ่ง  คนที่สอง ที่สาม ที่สี่  ก็ต้องได้ด้วยนะ  เออ!!! เอาสิ  คนเดียวก็จะเอาไม่รอดแล้วนะ  แทนที่จะจ่ายแค่ร้อยเดียวก็ต้องจ่ายสี่ร้อย  เดี๋ยวเกิดเมียคนที่สี่อยากหน้่าเ้ด้ง  ร้องจะเอาลาแมร์กระปุกละหมื่น  ฝ่ายปั๋วก็อยากให้เมียสวย   ควักตังค์ซื้อให้  แต่!!!!!ช้าก่อน  ฉุกคิดไปถึงหลักการของศาสนา   ถ้าซื้อให้ภรรยาคนใดคนหนึ่ง  ภรรยาคนอื่นก็ต้องได้ด้วยนะเออ  ว่าแล้วแทนที่จะจ่ายไปหมื่นเดียว  กลายเป็นว่าวันนั้นรูดบัตรไปสี่หมื่นเจ้าค่ะ   ปาดเหงื่อซิกๆกันเลยที่เดียว   อย่าว่าแต่สี่คนเลย   คิดซะว่ามีแค่  2  คนก็พอ  ค่าใช้จ่ายทุกอย่างก็ต้องคูณสองแล๊ว  ฉะนั้น!!! ไม่รวยไม่เลิศจริงอย่างกษัตริย์ดูไบทำไม่ด๊ายนะฮ๊าาา....
            
            แล้วในสมัยก่อน  ก็จะมีการศึกสงคราม   ผู้ชายก็จะไปออกรบ  ดังนั้น  ผู้ชายก็จะเสียชีวิตเยอะในสงคราม  แล้วทำไงกับผู้หญิงล่ะ  เป็นหม้ายมั่ง  อะไรมั่งก็มี  ฉะนั้น!!มันจึงเป็นผลดีตรงนี้แหละ  ที่ให้ผู้ชายมีเมียได้มากกว่า 1 คน  เพื่อที่จะเข้ามาช่วยเหลือ  มาดูแลหญิงที่เป็นหม้ายที่สามีตายในสนามรบ  ด้วยประการฉะนี้แล....
         
            เอาจริงแล้วน้อยมากเลยนะที่จะเห็นคนที่มีเมียมากว่า  1  คน  แต่ที่คนไทยเราที่เป็นพุทธคิดอย่างนั้น  น่าจะเป็นเพราะ   เราเสพข่าวที่กษัตริย์ในประเทศมุสลิมมีภรรยาหลายคน  มันก็คงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้คนติดภาพลักษณ์ตรงนี้ไป   ซึ่งตรงนั้นก็จริงแหละ  แต่เค้ารวยไง  เค้ามีความสามารถ  มีกำลังทรัพย์  เค้าสามารถเลี้ยงดูทุกคนได้อย่างสุขสบาย  แต่นั่นก็เป็นเพียง 1 ในกี่ร้อยกี่พันล้าน  ที่เค้ารวยโคตรๆ  เมื่อเทียบกับประชาชนคนธรรมดาสามัญทั่วไป
        
           สรุปว่าอิสลามแค่  "อนุญาต" ให้มีภรรยามากกว่า  1 คน ได้
ย้ำนะว่า  "อนุญาต"   ไม่ได้   "บังคับ" แต่ประการใด

3.  แขกสกปรก??? แขกกลิ่นตัวแรง????

            อันว่าด้วยเรื่องแขกนี้ล่ะก้อ   แขกก็มีหลายประเภท

          - แขกขาว    อย่างตุรกี  อิหร่าน  เราก็เรียกเค้าว่าแขก  แต่จำพวกนี้  หล่ออ่ะ  หล่อโฮก            สะอาดนะ  ไม่สกปรก
         - แขกอาหรับ  อียิปต์  ซาอุ   ดูไบ  พวกนี้ก็ไม่มีกลิ่นตัวนะ  แถมชอบใส่น้ำหอมอีกต่างหาก
สะอาด  สะอาด  ฟันเฟริ์ม
        -  แขกดำ   นี่ล่ะที่เรากล่าวถึงกัน  ก็  อินเดีย  บังคลาเทศ  ศรีลังกา   แต่ที่มีชื่อสุดๆก็เป็นอินเดียนะ   คงไม่ต้องพูดมาก รู้ๆกันอยู่  สรรพคุณพี่แก


4.   มุสลิมก่อการร้าย 

           อืมม.....ข้อนี้  น่าจะเป็นเพราะที่ตึกถล่ม  ข่าวมันดังมาก  ดังมากๆๆ แล้วคนที่อยู่เบื้องหลังก็เป็นมุสลิม   คนก็เลยติดตรา  แล้วก็ภาคใต้ของไทยด้วย  มันก็จะมีข่าวระเบิดมาไม่หยุดหย่อน
ก็เลยน่าจะทำให้คนไทยส่วยใหญ่คิดว่า  มุสลิมหัวรุนแรง...คิดว่านะ

5.   เจองูกับแขก  ตีแขกก่อน???

          ข้อนี้น่าจะหมายถึงเฉพาะแขกอินเดียนะ

 6.  คลุมหน้า   คลุมตัว  
 

           จริงๆ แล้วถ้าพูดถึงเรื่องนี้กัน   ส่วนใหญ่เค้าก็จะเอา  เค้าเรียกไรล่ะ  ฮะดีษ  มั้งที่เป็นกุรอานแต่ละบท  มาพูดกันว่าพระเจ้าบอกอย่างนี้  อย่างนี้  แต่....เราจะไม่พูดอ่ะ  ไม่รู้เรื่อง  มันดูเป็นวิชาการมากเกินไป

         เอาเป็นว่าพูดกันง่ายๆละเนาะ

         เหตุที่ผู้หญิงมุสลิมคลุมหัว  ก็เพราะ  พวกเค้าจะต้องแต่งกายให้มิดชิด  โดยส่วนของผมก็เป็นอะไรที่ต้องปกปิด   โดยผ้าที่ปิดเนี่ยก็ต้องให้ยาวลงมาเพื่อที่จะปิดตรงช่วงหน้าอกได้  เหตุก็เพราะป้องกันการถูกมองจากสายตาผู้ชาย  ผู้ที่สามารถเห็นตอนที่พวกเธอไม่คลุมผมก็คือ สามี  พ่อ  พี่ชาย ลูกชาย  คนในครอบครัว  ประมาณนี้  ผู้ชายคนอื่นห้าม   ให้เห็นไม่ได้

        เปิดได้แค่หน้ากับมือ  แค่นั้น  แล้วห้ามแต่งกายรัดรูปนะ  ไม่ได้  เพราะมันจะเป็นการยั่วยวนสายตาผู้ชาย  และจะทำให้เิกิดอันตรายได้

       แต่เคยฟังที่มีคนบรรยาย  เค้าบอกว่าคนที่ปิดทั้งหน้าและมือก็ได้ไม่ผิด  หรือคนที่คลุมเฉพาะผมแต่เปิดให้เห็นเฉพาะหน้่าก็ได้ไม่ผิด  แล้วคนที่ปิดหน้าปิดมือก็อย่าไปว่าคนที่เปิดหน้าเพราะในกุรอานไม่ได้มีบทไหนที่บอกให้ปิดหน้ากับปิดมือ  ฉะนั้น  ก็เลือกปฏิบัติเอาตามความพอใจ

       แล้วในศาสนานี้จะมีความเชื่อก็คือ  ผู้หญิงจะสวยให้สามีดูคนเดียวเท่านั้น  ถ้าอยากแต่งหน้าก็แต่งให้สามีดู  ห้ามแต่งออกไปข้างนอก  ถ้าจะใส่น้ำหอมก็ให้ใส่ในบ้านให้สามีได้กลิ่นคนเดียว      อืมมม.....วัฒนธรรมเค้าดูต่างจากไทยมากเลยอ่ะ   ประมาณว่ามีดีข้าต้องเก็บไว้ดูคนเดียวแต่อย่างไทยเรานี่ถ้าแฟนน่ารัก  แฟนสวยหน่อยนี่  แบบ....ต้องโชว์อ่ะ   แฟนกรู  แฟนกรู 


       ความคิดเห็นส่วนตัวก็ดีนะ  เรายังชอบเลย  ไม่ต้องมานั่งแต่งตัวแข่งกัน  ไม่ต้องมาแต่งหน้าเปลืองเงินซื้อเครื่องสำอางค์   กันแดดได้อีกต่างหาก  ประหยัดตังค์ซื้อเสื้อผ้า ซื้อเครื่องสำอางค์   ดีนะ    แต่ผู้หญิงมุสลิมบางคนเค้าก็แต่งนะ   อย่างว่าล่ะ...ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุมั้ง  แต่เราคงเกินจุดนั้นมาแล้วอ่ะ  เบื่ออ่ะ...อยากหาอะไรที่มันเบสิคมั่ง   สูงสุดสู่สามัญ




7.  กดขี่ข่มเหงผู้หญิง????

         ประมาณว่าผู้ชายเป็นผู้นำ  ผู้ตัดสินใจ  ผู้หญิงเป็นผู้ตาม  ไม่รู้อ่ะ  เรื่องนี้เรื่องในบ้าน  คุยกันเองแล้วกัน  ครอบครัวใครก็ครอบครัวมันละว๊า
         แต่จริงๆในกุรอานจะมีบทบัญญัติหน้าที่สำหรับสามี - ภรรยาอยู่นะ  เราเคยอ่าน  ก็ไม่นะ  ข่มเหงตรงไหนอ่ะ  อ่านดู  เรากลับคิดว่าผู้หญิงได้เปรียบด้วยซ้ำ  ออกแนวทะนุถนอมภรรยาด้วยนะ
         ก็เลยไม่แน่ใจว่า  ที่ว่าข่มเหงผู้หญิงมันจะเป็นกฎหมายป่าเถื่อน  กฎหมายล้าหลังของพวกชาวอาหรับแต่ก่อนนู๊นนนนน...ก่อนที่พวกนั้นจะเข้ามุสลิมหรือเปล่า
         แบบ...ถ้าผู้หญิงมีชู้จะโดนฝังทรายแล้วเอาหินปาหัว  ประมาณนี้รึเปล่า   แต่กฎพวกนี้ศาสนาได้บัญญัติไว้ป่ะ  ไม่รู้  ไม่อยากเขียนสิ่งที่ไม่แน่ใจอ่ะ  ใครรู้ช่วยบอกทีนะ  ติดไว้ก่อนละกัน 


8.  บลา บลา  บลา.......

      บลา บลา นี่คือไรวะ????
      เอาไวคิดหัวข้อได้อีกก็จะมาเขียนเพิ่มละกัน